73 จำนวนผู้เข้าชม |
เหล็ก HDG กับ เหล็ก GI แยกยังไงให้ออก?
เหล็ก 2 ชนิดนี้สร้างความสับสนมึนงงเป็นอย่างมาก หน้าตาก็เหมือนกันอย่างกับแกะ
วันนี้พิพัฒน์สตีลจะมาพูดถึงความแตกต่างและต้นตอของความต่างมันมาจากไหน มาดูกัน
__________
เหล็ก HDG หรือ ชื่อเต็มคือ HOT DIP GALVANIZED
- ต้นตอของเหล็กนี้มาจากเหล็กรูปพรรณดำที่นำไปชุบสังกะสีโดยตรง
- ยิ่งแช่ในบ่อสังกะสีนานเท่าไหร่ ยิ่งทำให้ชั้นเคลือบหนาเท่านั้น ซึ่งเหล็กชนิดนี้ ชั้นเคลือบจะหนาอยู่ที่ 50-300 ไมครอน
- ลักษณะผิวจะเป็นสีเงินสะท้อนแสง มีความวาวเล็กน้อย ผิวจะมีสวยลายของสังกะสีที่ตกสะเก็ด
- การที่มีชั้นเคลือบที่หนานี้เอง ทำให้เหล็ก HDG มีคุณสมบัติ ทนทานต่อการกัดกร่อนสูงมาก เหมาะเป็นอย่างมากสำหรับงานภายนอกอาคาร ที่โดนแดด โดนฝนโดยตรง และ เหมาะงานใกล้ทะเล ทั้งนี้ยังรับน้ำหนักได้ดีอีกด้วย เพราะภายในเป็นเหล็กดำ
- เหล็ก HDG มีราคาที่สูงกกว่า เพราะต้นทุนต้องมีทั้งค่าเหล็กดำ และต้นทุนในการชุบสังกะสีเพิ่ม
__________
เหล็ก GI หรือชื่อเต็ม คือ Pre-Zing / Pre-Galvanized
- ต้นตอของเหล็กชนิดนี้คือเหล็กม้วนคอยล์ที่ผ่านกระบวนการชุบมาแล้ว แล้วนำแผ่นเหล็กมาขึ้นรูปเป็นเหล็กรูปพรรณ
- เหล็กชนิดนี้มีชั้นเคลือบหนา 5-15 ไมครอน เนื่องจากในกระบวนการชุบ จะมีการไล่สังกะสีล่วนเกินออกด้วยลมทำให้ชั้นเคลือบบางกว่าเหล็ก HDG อยู่มาก
- ลักษณะผิวสัมผัสของเหล็ก GI จะมีลักษณะสีเงิน เรียบเนียน ผิวมีความเล่นแสงกึ่งด้านกึ่งเงา
-เหล็กชนิดนี้เหมาะสำหรับงานภายในอาคาร และรับน้ำหนักไม่มาก เน้นใช้ในงานต่อเติม ที่ไม่ใช่โครงสร้างหลัก
- ราคาจะถูกกว่าเหล็ก HDG และหาได้ง่ายกว่า และเป็ฯที่นิยมใช้กันแพร่หลาย
__________
รู้หรือไม่ ? ชั้นความหนาของสังกะสีที่เคลือบจะหายไปปีละ 1 ไมครอน ทำให้เหล็ก 2 ชนิดนี้
มีอายุขัยการใช้งานที่ต่างกันมาก และความทนทานต่างกันมาก ถึงแม้หน้าตาจะเหมือนกัน
__________
พิพัฒน์สตีล เรามีบริการทั้ง เหล็ก HGD และ เหล็ก GI จำหน่าย ครบจบที่เรา พร้อมมีบริการส่งถึงที่ ครบจบที่เราได้เลย
__________
พิพัฒน์สตีล บริการขายเหล็กรูปพรรณ เหล็กก่อสร้างทุกชนิด
>> สนใจติดต่อ-สั่งซื้อ
Tel : 093-263-6353 (คุณลูกเจี๊ยบ)
Tel : 081-144-5363 (คุณพิพัฒน์)
Line : https://lin.ee/9PU3r0D
E-mail : phiphatsteel@gmail.com
Website : www.phiphatsteel.co.th